ร้านค้านี้มีความน่าเชื่อถือสูง ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจร้านค้านี้ได้รับการยอมรับจากลูกค้าว่ามีบริการที่ดี[[[ ร้านค้านี้ได้ส่งเอกสารบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนแล้ว ]]] 
           
 
  หัวข้อ : วัยทอง-วัยเพชร คืออะไร

 

วัยทอง-วัยเพชร คืออะไร

การเปลี่ยนแปลงชีวิตสู่วัยทอง-วัยเพชร ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ในทางการแพทย์เชื่อว่าถ้าพ่อแม่เข้าสู่วัยทองเร็ว ลูกๆ ก็ถึงวัยทองเร็วกว่าปกติด้วย โดยเฉลี่ยผู้หญิงจะเข้าสู่วัยทองระหว่างอายุประมาณ 48-52 ปี และสำหรับผู้ชายเองก็ไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงมากนัก ฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงสร้างจากรังไข่ เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนที่ฮอร์โมนขาดไปและไม่มีการตกไข่ ทางการแพทย์จะเรียกหญิงวัยทองว่า เมโนพอส (menopause)

ส่วนผู้ชาย ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะสร้างจากอัณฑะและมีมากในวัยเจริญพันธุ์ เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนแอนโดรเจนจะน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของผู้ชาย (ทันทีหรือค่อยเป็นค่อยไป) ไม่แตกต่างไปจากผู้หญิง ทางการแพทย์เรียกผู้ชายวัยเพชรว่า "แอนโดรพอส" (andropause) 

ปัจจัยที่ทำให้ฮอร์โมนลดลง นอกจากอายุซึ่งเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่ทำให้ระดับฮอร์โมนลดลงแล้ว ปัจจุบันยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ

อีกมากมายที่ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายเข้าสู่วัยทอง นั่นคือ

- เรื่องของกรรมพันธุ์

- การทำงานหนัก และพักผ่อนน้อย

- มีความเครียดตลอดเวลา

- ความอ้วน

- การขาดสารอาหารบางชนิด (เช่น แร่ธาตุสังกะสี เบต้าแคโรทีน)

- การดื่มเหล้า สูบบุหรี่

- มีโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไตวาย ฯลฯ)

- การกินยาบางชนิด (เช่น ยารักษาไทรอยด์)

- การออกกำลังกายที่มากเกินไป เป็นต้น

สรุปได้ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายเสื่อมถอยเร็ว จะทำให้มีการหมดฮอร์โมนเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน

 

ผู้หญิงวัยทอง  

อาการต่าง ๆ  และโรคบางอย่างตามมา     อาทิเช่น

 - อาการร้อนวูบวาบ ตามร่างกาย  เหงื่อออกในเวลากลางคืน ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ  ซึ่งมักเรียก
กลุ่มอาการเหล่านี้ว่าเป็น Hot Flushes หรือ Hot Flashes

 - มี อาการซึมเศร้า หงุดหงิด กังวลใจ อารมณ์หวั่นไหวง่าย  ความจำเสื่อม ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย
ความต้องการทางเพศลดลง

 - ช่องคลอดแห้ง รู้สึกแสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด   มีการหย่อนยานของมดลูกและช่องคลอด
มีการหย่อนยานของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขณะไอหรือจาม   และมีความอยากถ่ายปัสสาวะอยู่เสมอ

 - ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น ผมแห้ง ผมร่วง

 - ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดตามข้อ

 - เต้านมมีขนาดเล็กลง หย่อน

 - มี การกระจายตัวของไขมันมาสะสมที่บริเวณหน้าท้อง และภายในช่องท้อง

 - มีแนวโน้มที่จะเกิดฟันผุและสูญเสียฟันได้ง่าย   รวมทั้งมีการอักเสบของเหงือกหรือจะเกิดอาการ
เลือดออกจากเหงือกได้ง่ายหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย

 - อาจมีอาการ ตาแห้ง

 - ระบบการฟังเสื่อมลง

 - มีอัตราเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ และโรคตับ

 - โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ

 - โรคสมองฝ่อ (Alzheimer

 - โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ทำให้กระดูกหักได้ง่าย

 

 ผู้ชายวัยเพชร 

อาการต่าง ๆ  และโรคบางอย่างตามมา  อาทิเช่น

 1.  เครียด หงุดหงิด โกรธง่าย

2.  เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เหงื่อออกมาก

3.  สมาธิลดลง นอนไม่ค่อยหลับ กำลังวังชาลดลง

4.  โครงสร้างของร่างกาย เช่น กระดูกต่างๆ เริ่มเสื่อมถอย (แม้จะไม่ชัดเจนเหมือนผู้หญิง)

5.  ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ กระดูกพรุน ต่อมลูกหมากโต ปัสสาวะออกลำบาก สมรรถภาพทางเพศ

6.  การเผาผลาญไขมันจะลดลง จึงทำให้มีไขมันส่วนเกินได้ง่าย ดังนั้นผู้ชายวัยทองจึงมักจะลงพุง กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แข็งแรงน้อยลง

7.  ผมบางมากขึ้น


โรคอันตรายที่มากับวัยทอง-วัยเพชร   !

โรคหัวใจ โรคเบาหวาน  กระดูกพรุน  ต่อมลูกหมากโต

ปัสสาวะขัด สมรรถภาพลดลง  โรคความดันโลหิตสูง     โรคไขมันในเลือดสูง

 การที่สุขภาพและร่างกายเสื่อมถอยนั้น  ไม่ได้เกิดจากปัจจัยฮอร์โมนเพิ่งอย่างเดียว   ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุเช่นเดียวกันคือ  ความเสื่อมถอยของร่างกายจากการทำงาน   และขาดสารต้านอนุมูลอิสระ  อีกด้วย

ดังนั้นในปัจจุบันมีการดูแลตัวเองและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย โดยใช้สารที่สามารถต้านอนุมูลอิสระหรือเรียกว่า   สารที่ช่วยในการชะลอความชรา  ANTI-AGING 

 

สารที่ช่วยในการชะลอความชรา  ANTI-AGING     คืออะไร  ?

 Anti-Aging   

เป็นศาสตร์การป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพเมื่อเกิด ความเสื่อม ทำให้นาฬิกาที่อยู่ในร่างกายเดินช้าลง โดยมีหลักการ ง่ายๆ เปรียบเทียบกับรถที่ต้องตรวจเช็คสภาพ เมื่อถึงกำหนดก็ต้อง เติมน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนสายพาน และการซ่อมแซมทุกส่วน เพื่อยืด อายุรถคันนั้นๆ ร่างกายก็เช่นกัน Anti-Aging จะดูแลลงลึกถึงระดับ เซลล์และชีวเคมีในเลือด เพื่อการปกป้องและซ่อมแซมร่างกายให้ สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ยาวนานขึ้น

 

กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสีเหลือง

ขมิ้นอ้อย   ต้านอนุมูลอิสระ 

ขมิ้นชัน   ขมิ้นชันมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 80 เท่า   ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและ antioxidant activity ของสารกลุ่มเคอร์คูมินนอยด์  ขมิ้นชันมีวิตามิน เอ,ซี,อี ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำงานพร้อมกันทั้ง 3 ตัว  ทำความสะอาดให้ลำไส้     เปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ    ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งในตับสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง  ชะลอความชรา ได้ดีอีกด้วย    

หอม    เซลีเนี่ยม ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับผิวหนังและกล้ามเนื้อ 

กานพลู   สรรพคุณทางยา ช่วยย่อยอาหาร ขับลม    แก้ปวดฟัน  อีกทั้งดอกกานพลูยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

หอมแดง    สรรพคุณทางยา : หัวหอม มีรสฉุน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร แก้บวมน้ำ แก้อาการอักเสบต่าง ๆ ขับพยาธิ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น      หอมแดงมีสารเคอร์ซิติน และสารฟลาโวนอยด์ (quercetin และ flavonoid glycosides)  ป้องกันโรคมะเร็งได้

 

สมุนไพรไทย

             หัวหอม

 

             ขมิ้นอ้อย

              ขมิ้นอ้อย

                 กานพลู 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปรษณีย์ไทย
Click !!